
ส่งออกไทยเดือน ก.ค. โต 11% ต่อเนื่อง 13 เดือน ดุลการค้าเกินดุลเดือนที่ 3
มูลค่าการส่งออกเดือนกรกฎาคม 2568 สูงถึง 28,580.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคการส่งออกไทย แม้เผชิญความท้าทายด้านมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ
27 สิงหาคม 2568 - นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2568 มีมูลค่า 28,580.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (928,342 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ที่ร้อยละ 11.0 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 16.6 การส่งออกเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเข้าใกล้วันสิ้นสุดมาตรการยกเว้นภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯในเดือนสิงหาคม ผู้นำเข้าทั่วโลกยังคงเร่งนำเข้าเพื่อปิดความเสี่ยง ประกอบกับการที่รัฐบาลไทยสร้างความเชื่อมั่นต่อ นักลงทุนว่าจะสามารถบรรลุผลการเจรจาอัตราภาษีกับสหรัฐฯ ได้อย่างลุล่วง และพร้อมมีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านภาษีของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อธุรกิจส่งออกของไทย ในขณะที่ดุลการค้าของไทยเกินดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม การส่งออกขยายตัวในอัตราสูงในเกือบทุกกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ร้อยละ14.4 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 14.5
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์กล่าวเพิ่มเติม รายละเอียดดังนี้
สรุปมูลค่าการค้ารวม
มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนกรกฎาคม 2568
- การส่งออก มีมูลค่า 28,580.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 11.0 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
- การนำเข้า มีมูลค่า 28,258.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 5.1
- ดุลการค้า เกินดุล 322.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2568
- การส่งออก มีมูลค่า 195,432.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 14.4 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การนำเข้า มีมูลค่า 195,172.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.6
- ดุลการค้า เกินดุล259.9ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนกรกฎาคม 2568
- การส่งออก มีมูลค่า 928,342 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 1.1 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
- การนำเข้า มีมูลค่า 929,324 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 6.3
- ดุลการค้า ขาดดุล 983ล้านบาท
ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2568
- การส่งออก มีมูลค่า 6,507,300 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.3 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การนำเข้า มีมูลค่า 6,580,565ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2.9
- ดุลการค้า ขาดดุล 73,265ล้านบาท
การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 10.9(YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยสินค้าเกษตร ขยายตัวร้อยละ 21.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 0.2 กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่
- ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัวร้อยละ 107.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย มาเลเซียฮ่องกงและเกาหลีใต้)
- ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 9.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 10เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้มาเลเซีย และเนเธอร์แลนด์)
- อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 9.1ขยายตัวต่อเนื่อง 22เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯญี่ปุ่น อิตาลีออสเตรเลียและมาเลเซีย)
- ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 21.8ขยายตัวต่อเนื่อง 19เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ออสเตรเลีย เมียนมา ลาวและญี่ปุ่น)
- น้ำตาลทราย ขยายตัวร้อยละ 36.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 2เดือน (ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว มาเลเซียและจีน)
- ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 12.9ขยายตัวต่อเนื่อง 22เดือน (ขยายตัวในตลาด สหรัฐฯ ออสเตรเลียเนเธอร์แลนด์แคนาดาและเม็กซิโก)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่
- ยางพารา หดตัวร้อยละ 19.9 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน มาเลเซีย สหรัฐฯ อินเดีย และบราซิล แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เวียดนาม สเปน เยอรมนี และปากีสถาน)
- ข้าว หดตัวร้อยละ 16.3 หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (หดตัวในตลาดอิรัก ฮ่องกง เซเนกัลโกตดิวัวร์ และ ญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน แอฟริกาใต้ โมซัมบิก และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก)
- อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 3.4 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลียแคนาดา ลิเบีย และซาอุดีอาระเบีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อียิปต์ อิสราเอล เปรู และจีน)
- ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัวร้อยละ 12.6 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย และสิงคโปร์แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เกาหลีใต้ สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย)
- ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัวร้อยละ 28.5 กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน (หดตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และกัมพูชาแต่ขยายตัวในตลาดเมียนมา จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย)
- เนื้อสัตว์และ 2 ของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ หดตัวร้อยละ 14.3 หดตัวต่อเนื่อง4เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร กัมพูชา เยอรมนี และออสเตรเลียแต่ขยายตัวในตลาดเมียนมา ฮ่องกง สิงคโปร์ ลาวและเบลเยียม
ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 3.5
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 14.0 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 16 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่
- เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 61.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 16 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์)
- ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัวร้อยละ 9.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และมาเลเซีย)
- เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ขยายตัวร้อยละ 44.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์)
- แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 54.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (ขยายตัวในตลาดฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย จีน และ ญี่ปุ่น)
- หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 19.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เม็กซิโก ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเช็ก และฮ่องกง)
- ผลิตภัณฑ์พลาสติก ขยายตัวร้อยละ 28.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย จีน และเวียดนาม)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่
- สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน หดตัวร้อยละ 24.7 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดจีน อินเดีย สิงคโปร์ เวียดนาม และญี่ปุ่น แต่ยังขยายตัวใน ตลาดสหรัฐฯ เบลเยียม บรูไน ปากีสถาน และแอฟริกาใต้)
- ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ หดตัวร้อยละ 6.4 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย แต่ยังขยายตัวในตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐฯ มาเลเซีย อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย)
- เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 17.7 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย เยอรมนี และมาเลเซีย แต่ยังขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย บราซิล เวียดนาม แอฟริกาใต้ และเบลเยียม)
- อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด หดตัวร้อยละ 44.0 หดตัวต่อเนื่อง 17 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯฮ่องกง อินเดีย เกาหลีใต้ และสาธารณรัฐเช็ก แต่ยังขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และลาว)
ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 18.5
ตลาดส่งออกสำคัญ
การส่งออกไปตลาดสำคัญยังคงขยายตัวสูงต่อเนื่อง ทั้งในตลาดหลัก อาทิ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และ อาเซียน และตลาดรอง อาทิ เอเชียใต้ รัสเซีย และสหราชอาณาจักร โดยมีปัจจัยหนุนต่อเนื่องจากการเร่งส่งออกก่อนมาตราการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้เต็มที่ ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
- ตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 15.3 โดยขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯร้อยละ 31.4 จีน ร้อยละ 23.1 ญี่ปุ่น ร้อยละ 7.1 สหภาพยุโรป (27) ร้อยละ 6.6 อาเซียน (5) ร้อยละ 5.6 และ CLMV ร้อยละ 1.9
- ตลาดรอง ขยายตัวร้อยละ 7.7 โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ร้อยละ 7.1 ตะวันออกกลางร้อยละ 1.4 แอฟริกา ร้อยละ 12.7 ลาตินอเมริกา ร้อยละ 33.7 รัสเซียและกลุ่ม CIS ร้อยละ 26.6 และสหราชอาณาจักรร้อยละ 17.4ขณะที่หดตัวในตลาดทวีปออสเตรเลียร้อยละ 11.5
- ตลาดอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 51.7
ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 31.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องนุ่งห่ม ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 30.1
ตลาดจีน ขยายตัวร้อยละ 23.1 (ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 19.4
ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 7.1 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถจักรยานยนต์และ ส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง เม็ดพลาสติก และเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.0
ตลาดสหภาพยุโรป (27) ขยายตัวร้อยละ 6.6 (ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้า สำคัญที่หดตัวเช่น หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 8.9
ตลาดอาเซียน (5) ขยายตัวร้อยละ 5.6 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและ เครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568ขยายตัว ร้อยละ 5.1
ตลาด CLMV ขยายตัวร้อยละ 1.9 (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัวเช่น อัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ และทองแดงและของทำด้วยทองแดง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ และ น้ำตาลทราย ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568ขยายตัวร้อยละ 9.8
ตลาดเอเชียใต้ ขยายตัวร้อยละ 7.1 (ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและ เครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เคมีภัณฑ์ และทองแดงและของทำด้วยทองแดง ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 39.6
ตลาดทวีปออสเตรเลีย หดตัวร้อยละ 11.5 (หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และ ส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องจักรกลและ ส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 หดตัวร้อยละ 10.0
ตลาดตะวันออกกลาง ขยายตัวร้อยละ 1.4 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัวเช่น ข้าว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 5.2
ตลาดทวีปแอฟริกา ขยายตัวร้อยละ 12.7 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัวเช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย และเม็ดพลาสติก สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ข้าว เคมีภัณฑ์ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 3.7
ตลาดลาตินอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 33.7 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัวเช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัวเช่น แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 13.2
ตลาดรัสเซียและกลุ่มประเทศ ขยายตัวร้อยละ 26.6 (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ หดตัวเช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 21.7
ตลาดสหราชอาณาจักร ขยายตัวร้อยละ 17.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัวเช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ และไก่แปรรูป ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 13.2
แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป
แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงเติบโต หลังจากที่ไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาลด ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จาก 36% เหลือเพียง 19% ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆ ในภูมิภาค ช่วยคลายความกังวล ของนักลงทุนและผู้ประกอบการส่งออก ลดการเสียเปรียบในด้านการแข่งขัน และกระตุ้นการลงทุนในอนาคต ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของทีมเจรจาไทยและถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ โดยหลังจากนี้ไทยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าขณะเดียวกันจะมีมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมให้กับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการลดภาษีสินค้านำเข้าให้กับสหรัฐฯ ต่อไปอย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยกดดันการส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปี อาทิ การส่งออกชายแดนไทย-กัมพูชา ที่หยุดชะงักไปจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ปริมาณสินค้าคงคลังของประเทศผู้นำเข้าที่สะสมไว้ในช่วงก่อนการประกาศผลของการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจทำให้คำสั่งซื้อในอนาคตชะลอตัวลงจากภาคการส่งออก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อหามาตรการรับมือที่เหมาะสมต่อไป ในขณะที่การดำเนินการเชิงรุกเปิดตลาดการค้าและผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่ ๆ ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
#ส่งออกไทย #เศรษฐกิจไทย #ตลาดสหรัฐ #FTA #การค้าโลก #MReportTH #IndustryNews
บทความยอดนิยม 10 อันดับ
- ยอดขายรถยนต์ 2567
- 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2568
- คาร์บอนเครดิต คือ
- ยอดขายมอเตอร์ไซด์ 2567
- “ยานยนต์ไร้คนขับ” กับทิศทางการเติบโตในปี 2022-2045
- ยอดลงทุนปี 67 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ยอดจดทะเบียนใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า 2567
- สถิติส่งออกกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนไทยปี 2567
- เทคโนโลยีในงานโลจิสติกส์ มีอะไรบ้าง
- 5 เทคนิค “มือใหม่ใช้เครื่อง CNC”
อัปเดตข่าวทุกวันที่นี่ www.mreport.co.th
Line / Facebook / X / YouTube @MreportTH